ยาทำแท้งมีฤทธิ์ในการขับเด็กออกอยู่แล้ว แต่ขั้นตอนการทำขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ใช้ยากับเหมาะสมกับอายุครรภ์, เคยมีประวัติการคลอดบุตรมาก่อนหรือไม่, ยาใช้กินหรือใช้สอดช่องคลอด, เม็ดยาแห้ง หรือถูกทำให้เปียกน้ำก่อน ,ปริมาณเม็ดยาที่ใช้ ความถี่ของการใช้ยา , สภาวะของมูกในช่องคลอด และปากมดลูก

จากการวิจัยการใช้ยา Ru486 ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่เนื่องจากในบางประเทศ ยา Ru486 เป็นยาที่ค่อนข้างหาได้ยากเนื่องจากกฎหมายของประเทศนั้นๆไม่เอื้ออำนวยอีกทั้งราคาที่ค่อนข้างแพง จึงมีการพยายามวิจัยและศึกษาถึงวิธีใช้ให้ได้ประสิทธิภาพที่สูง ในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมามีรายงานผลกันมาก แต่ละรายงานจะมีความแตกต่างกัน ในเรื่องของจำนวนคนไข้ที่ศึกษา การมาติดตามผล ขนาดยา และวิธีการใช้ การให้คำจำกัดความของ complete abortion(แท้งสมบูรณ์หรือแท้งครบ) และระยะเวลาที่วัดผล ทำให้เปรียบเทียบกันลำบากที่ฮือฮา มากเป็นรายงานจากประเทศ คิวบา มีรายงานว่าได้ผลถึง 92% แต่เมื่อมีการศึกษาเพิ่มเติม ถึงที่มาของตัวเลข ก็ไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับเท่าไหร่ ในบทสรุป ถ้าเป็นในประเทศที่มีทางเลือกอื่น เขาจะบอกว่าไม่แนะนำให้ใช้ เนื่องจากประสิทธิภาพต่ำ ผลข้างเคียงสูง แต่ถ้าเป็นใน developing country เขาก็จะบอกว่า นี่เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่น่าสนใจ

อาการข้างเคียงพบค่อนข้างบ่อย ปวดเกร็งท้องน้อย มีไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มึนงง อ่อนเพลีย เป็นผื่นคัน แดง แตกลมพิษ ไม่ได้ห้ามใช้ในคนไข้หืด เนื่องจากมีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อหลอดลมเล็กน้อย ซึ่งต่างจาก PGs ตัวอื่น มีรายงานว่าอาจทำให้มดลูกแตกได้ ทั้งในคนไข้ที่เคยผ่าท้องคลอดและไม่เคย ก่อนใช้ยาต้องได้รับการตรวจ ultrasound ว่าไม่ท้องนอกมดลูก มิเช่นนั้นจะอันตรายเกินไป ต้องมีการตรวจติดตามผล เพื่อให้แน่ใจว่า การตั้งครรภ์นั้นสิ้นสุดลงแล้ว เพราะบางคนใช้ยาแล้วมีเลือดออกมากแต่ก็ตั้งครรภ์ต่อและที่สำคัญ ต้องมีโรงพยาบาลที่สามารถส่งผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงทีในกรณีที่เกิดผลแทรกซ้อนจากการรักษา เพราะอาจมีอันตรายถ้าปล่อยทิ้งไว้เนิ่นนาน เช่นกรณี ตกเลือด เป็นต้น

ยาที่มีรายงานว่าสามารถใช้กินร่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดอาการข้างเคียง ได้แก่ mifepristone ซึ่งเป็น antiprogesterone, tamoxifen ซึ่งเป็น antiestrogen , methotrexate ซึ่งเป็น cytotoxic drug

abortion drug